construction

PM2.5 ในออฟฟิศ: ปิดกระจกแล้วฝุ่นเข้ามาจากไหน? Fresh Air, Filter และ Positive Pressure ทำงานอย่างไร

โดย Unthika Roekwibunsi อัปเดต 11.10.2026อ่านประมาณ 5 นาที
PM2.5 ในออฟฟิศ: ปิดกระจกแล้วฝุ่นเข้ามาจากไหน? Fresh Air, Filter และ Positive Pressure ทำงานอย่างไร
ในบทความนี้ ▾

ปิดกระจกทั้งอาคารแล้ว ทำไม PM2.5 ยังเข้ามาได้?

อาคารสำนักงานจำนวนมากเป็นพื้นที่ปรับอากาศแบบปิด ไม่มีการเปิดหน้าต่างในระหว่างวัน แต่เมื่อค่าฝุ่นภายนอกสูง เครื่องวัดภายในกลับแสดงค่า PM2.5 สูงขึ้นตามไปด้วย

เหตุผลคืออาคารที่ปิดไม่ได้หมายความว่าอาคาร “ปิดสนิท”

อากาศภายนอกยังเข้าสู่อาคารได้หลายทาง ทั้งผ่านระบบ Fresh Air ที่นำอากาศภายนอกเข้ามาโดยตั้งใจ ผ่านประตูทางเข้า จุด Loading รอยต่อ Façade ช่อง Shaft และรอยรั่วเล็ก ๆ ตามเปลือกอาคาร รวมถึงการเคลื่อนตัวของอากาศจากแรงดันที่ต่างกันระหว่างภายในและภายนอก

ในอาคารที่ออกแบบดี การนำอากาศภายนอกเข้ามาไม่ใช่ข้อผิดพลาด เพราะพื้นที่ที่มีคนใช้งานจำเป็นต้องมีการระบายอากาศเพื่อควบคุม CO₂ กลิ่น และมลพิษที่เกิดภายใน ASHRAE Standard 62.1 ซึ่งเป็นมาตรฐานอ้างอิงสำคัญสำหรับอาคารสำนักงาน กำหนดอัตราการระบายอากาศขั้นต่ำ รวมถึงข้อกำหนดด้านการกรอง การควบคุม และการดูแลระบบ เพื่อให้คุณภาพอากาศภายในอยู่ในระดับที่ยอมรับได้

ดังนั้นโจทย์ของอาคารไม่ได้อยู่ที่ “จะปิดอากาศภายนอกทั้งหมดอย่างไร” แต่คือ จะนำอากาศภายนอกที่จำเป็นเข้ามาอย่างไรโดยลดฝุ่นและมลพิษให้ได้มากที่สุด


PM2.5 ต่างจากฝุ่นที่เราเห็นด้วยตาอย่างไร

PM2.5 หมายถึงอนุภาคที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางเชิงอากาศพลศาสตร์ไม่เกินประมาณ 2.5 ไมโครเมตร เป็นอนุภาคขนาดเล็กมากเมื่อเทียบกับฝุ่นที่มองเห็นบนโต๊ะหรือพื้น

ด้วยขนาดดังกล่าว อนุภาคจึงสามารถแขวนลอยอยู่ในอากาศได้นาน และตามการประเมินด้านสุขภาพขององค์การอนามัยโลก การสัมผัส PM2.5 มีความสัมพันธ์กับผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจและหัวใจและหลอดเลือดในระดับประชากร WHO กำหนดค่าแนวทาง PM2.5 ไว้ที่ค่าเฉลี่ยรายปี 5 µg/m³ และค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมง 15 µg/m³ โดยเป็นค่าที่ใช้เป็นแนวทางด้านสุขภาพ ไม่ใช่มาตรฐานทางกฎหมายที่ทุกประเทศต้องใช้เหมือนกัน

สำหรับอาคารสำนักงาน ประเด็นสำคัญไม่ใช่เพียงค่าภายนอก แต่คือสัดส่วนของฝุ่นภายนอกที่เข้ามาสู่พื้นที่ และความสามารถของระบบอาคารในการกรองและลดความเข้มข้นภายใน


Fresh Air มีหน้าที่นำอากาศใหม่เข้ามา แต่ถ้าไม่มีการกรอง ฝุ่นก็เข้ามาพร้อมกัน

ระบบ Fresh Air มีหน้าที่นำอากาศภายนอกเข้ามาเจือจางสารปนเปื้อนที่เกิดภายในพื้นที่ เช่น CO₂ กลิ่น และสารระเหยบางส่วน

อากาศภายนอกจึงมีประโยชน์เมื่อคุณภาพอากาศภายนอกดี แต่ในช่วงที่ PM2.5 สูง อากาศชุดเดียวกันอาจพาฝุ่นเข้ามาด้วย

นี่ทำให้ระบบ Fresh Air ที่ดีในเมืองที่มีปัญหาฝุ่นต้องพิจารณาสองเรื่องพร้อมกัน คือ ปริมาณอากาศภายนอกที่เพียงพอ และ ประสิทธิภาพการกรองอากาศก่อนเข้าสู่พื้นที่

การแก้ปัญหาโดยลด Fresh Air จนต่ำมากเพื่อไม่ให้ฝุ่นเข้า อาจทำให้ PM2.5 ลดลงบางส่วน แต่แลกกับ CO₂ และมลพิษภายในที่สูงขึ้น จึงไม่ใช่วิธีแก้ที่สมดุล

ทางออกที่เหมาะสมกว่าคือการนำอากาศภายนอกเข้าตาม Requirement ของพื้นที่ และเพิ่มประสิทธิภาพการกรองให้เหมาะกับคุณภาพอากาศภายนอก


Filter ในระบบปรับอากาศไม่ได้มีประสิทธิภาพเท่ากันทุกชนิด

คำว่า “มี Filter แล้ว” ยังไม่เพียงพอในการประเมินว่าระบบสามารถลด PM2.5 ได้ดีแค่ไหน

ตัวกรองมีประสิทธิภาพต่างกันตามขนาดอนุภาคและโครงสร้างของวัสดุกรอง ระบบ MERV หรือ Minimum Efficiency Reporting Value เป็นหนึ่งในวิธีจัดระดับประสิทธิภาพของ Filter โดยมาตรฐาน ASHRAE 52.2 พิจารณาประสิทธิภาพการจับอนุภาคหลายช่วงขนาด ตั้งแต่ประมาณ 0.3–10 ไมโครเมตร

Filter ระดับต่ำอาจทำหน้าที่หลักในการป้องกันฝุ่นขนาดใหญ่ไม่ให้เกาะ Coil และอุปกรณ์ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะควบคุมอนุภาคขนาดเล็กได้ดี

ในแนวทางอาคารประสิทธิภาพสูง ASHRAE Standard 189.1 เคยกำหนดให้พื้นที่ที่มีปัญหา PM2.5 ใช้ Filter อย่างน้อยระดับ MERV 13 สำหรับอากาศภายนอกก่อนเข้าสู่พื้นที่ใช้งาน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าเมื่อโจทย์เป็นฝุ่นขนาดเล็ก ระดับ Filter ต้องสูงกว่าระบบกรองพื้น

อยากได้ราคาประเมินสำหรับโปรเจกต์ของคุณ?

ส่งขนาดพื้นที่และ brand guideline มา ทีมเราประเมินให้ฟรีภายใน 1 วันทำการ

ขอใบเสนอราคา

มีโปรเจกต์ในใจ? คุยกับทีมเราได้ฟรี

ทีมออกแบบและผู้จัดการโครงการพร้อมให้คำปรึกษา ประเมินงบ และนัด site visit