construction

Material Trends 2027 เทรนด์วัสดุตกแต่งภายใน ร้านค้า ออฟฟิศ และงานก่อสร้าง

โดย Unthika Roekwibunsi อัปเดต 05.10.2026อ่านประมาณ 22 นาที
Material Trends 2027 เทรนด์วัสดุตกแต่งภายใน ร้านค้า ออฟฟิศ และงานก่อสร้าง
ในบทความนี้ ▾

Material Trends 2027: วัสดุไม่ได้เป็นแค่ “ผิวตกแต่ง” แต่กำลังกลายเป็นหัวใจของงานออกแบบ

ถ้ามองจากงานออกแบบระดับโลกในช่วงปี 2026 สิ่งที่เห็นได้ค่อนข้างชัดคือ วัสดุ (Material) กำลังกลับมาเป็นพระเอกของงาน Interior Design อีกครั้ง

หลังจากหลายปีที่งานออกแบบเน้นความเรียบ เนี้ยบ พื้นผิวเนียนและสี Neutral คล้ายกันไปหมด แนวโน้มใหม่กำลังกลับไปหาความรู้สึกที่จับต้องได้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นลายไม้จริง ผิวหิน เส้นแร่ ร่องรอยการผลิต งานโลหะที่ไม่เงาจนสมบูรณ์แบบ หรือวัสดุที่มี Texture และความไม่สม่ำเสมอตามธรรมชาติ

รายงานจาก Salone del Mobile และ Milan Design Week 2026 สะท้อนตรงกันว่าไม้ หิน โลหะ วัสดุชีวภาพ และพื้นผิวที่แสดงลักษณะของวัสดุจริงกำลังมีบทบาทสูงขึ้น ขณะที่ Heimtextil Trends 26/27 ใช้แนวคิด “Craft is a verb” อธิบายการกลับมาของงานฝีมือ ความไม่สมบูรณ์แบบ และการผสมระหว่างเทคโนโลยีกับวัสดุที่สัมผัสได้จริง

สำหรับงาน ออกแบบตกแต่งภายใน ร้านค้า คาเฟ่ ร้านอาหาร ออฟฟิศ และสำนักงาน เทรนด์ปี 2027 จึงไม่ควรมองแค่คำถามว่า “วัสดุอะไรสวย” แต่ควรถามเพิ่มว่า

วัสดุนั้นทนหรือไม่?
ดูแลรักษายากแค่ไหน?
ซ่อมและเปลี่ยนได้หรือไม่?
มีผลต่อเสียงและคุณภาพอากาศอย่างไร?
เหมาะกับอาคารพาณิชย์หรือไม่?
และเมื่อรวมค่าติดตั้งแล้วคุ้มค่ากับอายุการใช้งานหรือไม่?

นี่คือ Material Trends 2027 ที่เจ้าของโครงการ นักออกแบบ และบริษัทรับเหมาก่อสร้างควรจับตามอง

1. Natural & Tactile Materials — ยิ่งสัมผัสได้ ยิ่งมีคุณค่า

เทรนด์ใหญ่ที่สุดของปี 2027 อาจไม่ใช่วัสดุชนิดใหม่ แต่คือการเปลี่ยนวิธีมองวัสดุเดิม

ไม้ หิน กระเบื้อง เซรามิก โลหะ และ Textile ยังคงอยู่ แต่แทนที่จะทำให้ทุกอย่างเรียบและสมบูรณ์แบบ งานออกแบบเริ่มเปิดให้เราเห็น grain, pore, vein, texture และร่องรอยการผลิต มากขึ้น

ตัวอย่างที่เห็นชัด ได้แก่

  • ไม้และวีเนียร์ที่เห็นลายชัด

  • Travertine และ Limestone

  • หินผิว Honed หรือ Brushed

  • กระเบื้องผิวด้าน

  • ปูนและ Mineral Finish

  • ผ้าทอที่เห็นโครงสร้างเส้นใย

  • โลหะ Brushed หรือ Patinated

Salone del Mobile 2026 แสดงทิศทางของพื้นผิวด้าน ลายไม้ ร่องผิว วัสดุหิน และการจับคู่กับโลหะโทนอุ่นอย่างชัดเจน ขณะที่งานใน Milan หลายแห่งนำวัสดุมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวของพื้นที่ มากกว่าจะเป็นเพียง Finish ที่เลือกในขั้นตอนสุดท้าย

สำหรับ ออกแบบร้านค้า หรือ ตกแต่งร้านกาแฟ วิธีนี้มีประโยชน์มาก เพราะช่วยสร้าง Brand Identity โดยไม่จำเป็นต้องพึ่ง Graphic หรือ Decoration จำนวนมาก

ร้านที่ใช้ไม้ หิน โลหะ และแสงอย่างเหมาะสมสามารถมีเอกลักษณ์ได้จากตัว Material Palette เอง


2. Travertine, Character Stone และหินที่ “ไม่ต้องสมบูรณ์แบบ”

Travertine ยังคงเป็นหนึ่งในวัสดุที่มีอิทธิพลต่อ Interior Design ต่อเนื่องเข้าสู่ปี 2027 รวมถึงหินธรรมชาติที่มีลายหรือ Texture ชัดเจน

ความน่าสนใจไม่ได้อยู่ที่ความหรูเพียงอย่างเดียว แต่คือ Character ของวัสดุแต่ละแผ่นที่ไม่เหมือนกัน

แนวทางที่เห็นมากขึ้นคือ

Travertine + Wood
ให้ความอบอุ่น เหมาะกับ Reception, Café, Restaurant และ Office Lounge

Stone + Stainless Steel
ให้ความรู้สึก Contemporary และ Premium

Stone + Brass / Bronze
เหมาะกับ Hospitality, Luxury Retail และร้านอาหาร

Stone + Textured Plaster
ได้บรรยากาศ Warm Minimal และ Natural Luxury

อย่างไรก็ตาม หินธรรมชาติไม่ควรเลือกจากภาพ Reference อย่างเดียว ผู้รับเหมาตกแต่งภายในควรพิจารณาเรื่อง น้ำหนัก ความพรุน การดูดซึมน้ำ น้ำยา Sealer วิธีเข้ามุม รอยต่อ และโครงสร้างที่รองรับ ไปพร้อมกัน

พื้นที่ที่สัมผัสอาหาร น้ำ หรือสารเคมี เช่น Counter ร้านกาแฟและร้านอาหาร ยิ่งต้องเลือก Finish ให้เหมาะสม


3. Textured Wall: Microcement, Mineral Finish และผนังที่ไม่เรียบจนเกินไป

ผนังสีเรียบยังไม่หายไป แต่ในปี 2027 เราจะเห็นผนังที่สร้าง Depth มากขึ้น

วัสดุกลุ่มที่น่าสนใจ เช่น

  • Microcement

  • Lime Plaster

  • Mineral Paint

  • Venetian Plaster

  • Stucco

  • Textured Paint

  • Concrete Effect

  • Clay-based Finish

ข้อดีคือสามารถสร้าง Character ให้พื้นที่ได้โดยไม่ต้องเพิ่ม Decoration จำนวนมาก

สำหรับงาน ออกแบบออฟฟิศ, Reception, Café หรือร้านค้าขนาดเล็ก ผนังเพียงหนึ่งผืนที่มี Texture อาจสร้าง Visual Impact ได้มากกว่าการใช้วัสดุหลายชนิดพร้อมกัน

แต่คำว่า “Microcement” ไม่ได้หมายความว่าทุกระบบจะใช้งานเหมือนกัน ก่อนเลือกควรตรวจสอบ Substrate เดิม ระบบ Primer, Reinforcement, Top Coat และพื้นที่ใช้งานว่าต้องรับน้ำ ความชื้น หรือการขัดถูมากน้อยเพียงใด

งานที่สวยในวันส่งมอบ แต่แตกร้าวหรือเป็นคราบหลังใช้งานไม่กี่เดือน ไม่ถือว่าเป็น Material Selection ที่ดี


4. Warm Wood & Deep Grain — ไม้กลับมา แต่มีความเข้มและชัดขึ้น

ไม้ยังเป็นวัสดุหลักของงานออกแบบตกแต่งภายในปี 2027 แต่ Mood เริ่มเปลี่ยนจากไม้สีอ่อนแบบ Scandinavian อย่างเดียวไปสู่สีที่มีน้ำหนักมากขึ้น

เช่น

  • Walnut

  • Smoked Oak

  • Dark Oak

  • Teak Tone

  • Medium Brown

  • Chocolate Brown

รวมถึงผิวไม้แบบ

  • Fluted

  • Ribbed

  • Slatted

  • Brushed Grain

  • Open-pore Finish

แนวทางนี้เหมาะกับทั้ง ตกแต่งสำนักงาน ออกแบบร้านอาหาร ร้านค้า คลินิก และคาเฟ่ เพราะไม้ช่วยลดความรู้สึกแข็งของกระจก คอนกรีต และโลหะได้ดี

สำหรับโครงการเชิงพาณิชย์ ไม่จำเป็นต้องใช้ไม้จริงทุกจุด

นักออกแบบสามารถผสม Solid Wood, Natural Veneer, Engineered Wood, HPL หรือ Decorative Panel ตามตำแหน่งใช้งานและงบประมาณได้

หัวใจคือเลือก Specification ให้ถูกจุด ไม่ใช่เลือกวัสดุแพงที่สุดทุกจุด


5. Soft Industrial Metal — โลหะยังอยู่ แต่จะ “นุ่ม” ขึ้น

Stainless Steel, Aluminium, Brass และ Bronze ยังมีบทบาทสูงในงานปี 2027

แต่ Industrial Style แบบดิบ แข็ง และเย็นจัดเริ่มเปลี่ยนเป็น Soft Industrial

แทนที่จะใช้ Stainless Mirror เงาทั้งหมด เราจะเห็น

  • Hairline Stainless

  • Brushed Stainless

  • Satin Aluminium

  • Oxidized Metal

  • Patinated Brass

  • Champagne Metal

  • Dark Bronze

มากขึ้น

Architectural Digest สรุปหนึ่งในทิศทางเด่นจาก Milan Design Week 2026 ว่าโลหะกำลังถูกนำมาจับคู่กับรูปทรงที่อ่อนนุ่ม รวมถึงไม้ หิน กระจก และ Textile ทำให้ Industrial Material ดูเป็นมิตรและมีมิติมากขึ้น

สำหรับงาน ออกแบบร้านค้าและออฟฟิศ โลหะประเภทนี้เหมาะมากกับกรอบประตู ชั้นวางสินค้า Counter, Feature Wall, Display, Furniture และงานป้ายภายใน

อีกข้อดีคือสามารถสร้างภาพลักษณ์ Premium ได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้วัสดุราคาแพงเต็มพื้นที่


6. Effect Glass & Translucent Materials — เล่นกับแสงแทนการสร้างผนังทึบ

กระจกจะไม่ได้มีเพียง Clear หรือ Frosted

หนึ่งในทิศทางที่น่าสนใจคือกระจกและวัสดุโปร่งแสงที่ทำให้แสงเป็นส่วนหนึ่งของ Material

เช่น

  • Fluted Glass

  • Reeded Glass

  • Textured Glass

  • Gradient Glass

  • Laminated Decorative Glass

  • Translucent Resin

  • Polycarbonate Panel

วัสดุเหล่านี้เหมาะกับการ แบ่งพื้นที่โดยยังรักษาแสงและ Visual Connection

จึงเหมาะกับ Office Fit Out, Meeting Room, Café, Restaurant และ Retail Space ที่ต้องการแบ่ง Zone โดยไม่ทำให้พื้นที่ดูแคบ

การนำ Light, Reflection และ Transparency มาใช้สร้างบรรยากาศเป็นอีกแนวทางที่ปรากฏชัดในงาน Milan Design Week 2026 โดยกระจกและวัสดุสะท้อนแสงถูกใช้เพื่อสร้างมิติและความรู้สึกของพื้นที่มากกว่าการเป็นเพียงแผ่นกั้น

ในงานจริงควรพิจารณาเรื่อง Safety Glass, Tempered Glass หรือ Laminated Glass ให้เหมาะกับตำแหน่งติดตั้งด้วย


7. Circular & Upcycled Materials — วัสดุเหลือใช้เริ่มกลายเป็นวัสดุ Premium

Sustainable Material ในปี 2027 จะไม่ได้หมายถึง “สีเขียว” หรือวัสดุที่ดู Eco อย่างเดียว

สิ่งที่กำลังพัฒนามากคือการนำ Waste Stream กลับมาเป็นวัตถุดิบใหม่ เช่น

  • Recycled PET

  • Textile Waste

  • Recycled Plastic

  • Rice Husk

  • Coconut Fiber

  • Coffee Waste

  • Recycled Glass

  • Wood Waste

  • Agricultural Fiber

Maison&Objet 2026 มีวัสดุทดลองและผลิตภัณฑ์จริงหลายกลุ่มที่นำเศษผ้า ขยะพลาสติก กากการเกษตร และวัสดุเหลือใช้กลับมาผลิตเป็นแผ่นผิว เฟอร์นิเจอร์ กระเบื้อง และวัสดุตกแต่งใหม่ แสดงให้เห็นว่า Circular Material กำลังเคลื่อนจาก Concept ไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่นักออกแบบสามารถนำไปใช้จริงได้มากขึ้น

สำหรับงาน สร้างร้านค้าและตกแต่งออฟฟิศ วัสดุแบบนี้ยังสามารถกลายเป็นส่วนหนึ่งของ Brand Story ได้ โดยเฉพาะธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับ ESG หรือ Sustainability


8. Low-Carbon Materials — จาก “วัสดุรักษ์โลก” ไปสู่ตัวเลขที่วัดได้

อีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญคือคำว่า Sustainable จะต้องพิสูจน์ได้มากขึ้น

นักออกแบบ เจ้าของโครงการ และบริษัทรับเหมาก่อสร้างจะเริ่มพบคำอย่าง

Embodied Carbon
คาร์บอนที่เกิดจากการผลิต ขนส่ง และก่อสร้างวัสดุ

EPD — Environmental Product Declaration
เอกสารแสดงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของผลิตภัณฑ์

Recycled Content
สัดส่วนวัสดุรีไซเคิล

Material Reuse
การนำวัสดุเดิมกลับมาใช้ใหม่

Design for Disassembly
ออกแบบให้ถอดและนำกลับมาใช้ได้

บ่อยขึ้น

LEED v5 ยกระดับ Decarbonization ขึ้นเป็นหนึ่งในแกนหลักของระบบ และ Material Selection มีบทบาทโดยตรงกับการลดผลกระทบของอาคาร ขณะเดียวกันบทบาทของ Interior Designer ในระบบ LEED ครอบคลุม Low-Emitting Materials, Life-Cycle Impact, EPD และการเลือกแหล่งที่มาของวัสดุด้วย

ดังนั้นในโครงการ Corporate Office หรือโครงการที่มี Sustainability Target การเปรียบเทียบวัสดุด้วย “ราคาต่อตารางเมตร” อย่างเดียวอาจไม่เพียงพออีกต่อไป


9. Healthy Materials & Low-VOC — คุณภาพอากาศจะกลายเป็น Specification ปกติ

คนส่วนใหญ่นึกถึงวัสดุจากสิ่งที่มองเห็น แต่ในงานตกแต่งภายในยังมีวัสดุอีกจำนวนมากที่เราไม่เห็น เช่น

  • กาว

  • Sealant

  • Primer

  • Paint

  • Coating

  • Flooring Adhesive

  • Insulation

  • Composite Wood

ผลิตภัณฑ์เหล่านี้สามารถมีผลต่อ Indoor Air Quality ได้

ด้วยเหตุนี้ Low-VOC และ Low-Emitting Materials จึงมีความสำคัญมากขึ้นในงานสำนักงาน ร้านค้า โรงเรียน คลินิก โรงพยาบาล และพื้นที่ที่มีผู้ใช้งานต่อเนื่องเป็นเวลานาน

WELL ให้ความสำคัญโดยตรงกับการลด VOC จากสี กาว Sealant พื้น Insulation และ Furniture ขณะที่ LEED ก็มี Low-Emitting Materials เป็นส่วนหนึ่งของแนวทางเลือกวัสดุสำหรับอาคารเขียว

ดังนั้นหากกำลังวาง Specification สำหรับ ออกแบบออฟฟิศหรือรีโนเวทออฟฟิศ คำถามที่ควรถาม Supplier ไม่ควรมีแค่ “สีอะไร ราคาเท่าไร” แต่ควรมีข้อมูลด้าน Emission และ Material Health ประกอบด้วย


10. Acoustic Material กลายเป็นส่วนหนึ่งของ Interior Design

Acoustic Treatment เคยถูกมองเป็นงานแก้ปัญหาหลังจากพื้นที่สร้างเสร็จแล้ว

แต่สำหรับ Office Design รุ่นใหม่ Acoustic กำลังถูกออกแบบตั้งแต่ต้นพร้อมกับ

ผนังเบา ฝ้าเพดาน Furniture Lighting และ Interior Finishes

วัสดุที่พบมากขึ้น ได้แก่

  • PET Felt

  • Acoustic Fabric Panel

  • Perforated Wood Panel

  • Wood Wool

  • Cork

  • Mineral Acoustic Ceiling

  • Ceiling Baffle

  • Acoustic Cloud

  • Bio-based Acoustic Panel

มีตัวอย่างโครงการสำนักงานในปี 2026 ที่เริ่มใช้ Mycelium-based Panel เป็นทั้งพื้นผิวตกแต่งและวัสดุ Acoustic ในพื้นที่ Reception และพื้นที่ส่วนกลาง แสดงให้เห็นว่าวัสดุชีวภาพกำลังค่อย ๆ เคลื่อนจากงานทดลองเข้าสู่งาน Commercial Interior จริง

เวลาระบุวัสดุ Acoustic อย่าดูเพียงว่าผลิตภัณฑ์เขียนว่า “กันเสียง” หรือ “ดูดซับเสียง”

ควรตรวจค่าที่เกี่ยวข้อง เช่น NRC — Noise Reduction Coefficient, Fire Performance, วิธีติดตั้ง และพื้นที่ผิวที่ต้องใช้ เพื่อให้ประสิทธิภาพเกิดขึ้นจริง


11. ผนังเบาและฝ้าเพดานจะพัฒนาไปสู่ Modular Interior

ผนังเบา และ ฝ้าเพดาน อาจฟังดูเหมือนวัสดุก่อสร้างพื้นฐาน แต่จริง ๆ แล้วเป็นหนึ่งในระบบที่สำคัญที่สุดของ Commercial Fit Out

Office และ Retail มีโอกาสเปลี่ยน Layout บ่อยกว่าอาคารพักอาศัย ดังนั้นแนวคิดใหม่จึงเริ่มมองว่าผนังและฝ้าควร

  • ถอดเปลี่ยนได้ง่าย

  • เข้าถึงงานระบบได้

  • ซ่อมเฉพาะส่วนได้

  • สร้าง Waste น้อย

  • ปรับ Layout ในอนาคตได้

  • แยกวัสดุเพื่อ Reuse หรือ Recycle ได้ง่ายขึ้น

จึงเกิดความสนใจใน

Demountable Partition
Modular Ceiling
Dry Construction
Raised Floor
Mechanical Fixing

มากขึ้น

แนวคิดนี้สัมพันธ์โดยตรงกับ Design for Disassembly และ Circular Fit Out ซึ่งกำลังได้รับความสนใจมากขึ้นในงาน Commercial Interior เพราะช่วยยืดอายุวัสดุและลดการรื้อทิ้งเมื่อต้องปรับพื้นที่ในอนาคต

ดังนั้นคำว่า ผนังเบา ในปี 2027 จึงไม่ควรถูกมองเพียงว่าเป็น “ผนังยิปซัมราคาถูก” แต่ควรมองเป็นระบบ Partition ซึ่งต้องพิจารณาทั้งโครงคร่าว ความสูง ผิว Finish, Fire Rating, Acoustic Performance และตำแหน่งงานระบบร่วมกัน

ในทำนองเดียวกัน ฝ้าเพดาน ไม่ได้มีหน้าที่เพียงปิดท้องพื้น แต่สามารถรวม Lighting, Air Conditioning, Sprinkler, Detector, Acoustic Treatment และ Access Panel ให้อยู่ในระบบเดียวกันได้


Material Trends 2027 สำหรับงานแต่ละประเภทควรเลือกอย่างไร?

ออกแบบออฟฟิศและตกแต่งสำนักงาน

เน้นวัสดุที่ช่วยเรื่อง

  • Acoustic

  • Low-VOC

  • Modular Partition

  • Natural Texture

  • Warm Wood

  • Recycled Material

  • Lighting Integration

ออฟฟิศไม่ควรสวยเฉพาะวันเปิดใช้งาน แต่ต้องรองรับการปรับทีม เพิ่มโต๊ะ เปลี่ยนห้องประชุม และเข้าซ่อมงานระบบได้ง่าย

ดังนั้นงาน Office Fit Out ที่ดีควรวาง Material, Furniture และ M&E ไปพร้อมกันตั้งแต่ต้น

ออกแบบร้านค้าและ Retail

วัสดุต้องสร้าง Brand Recognition ได้เร็วและทนต่อการใช้งานสูง

ควรให้ความสำคัญกับ

  • Character Stone

  • Metal Finish

  • Decorative Glass

  • Textured Wall

  • Display Material

  • Lighting

  • Durable Flooring

และต้องคำนึงถึงระยะเวลาการติดตั้ง เพราะร้านค้าในห้างมักมี Construction Schedule และช่วงเข้าทำงานจำกัด

ตกแต่งร้านกาแฟและคาเฟ่

Material Palette ที่เห็นต่อเนื่องเข้าสู่ปี 2027 ได้แก่

ไม้ + หิน + Plaster + Stainless
ไม้เข้ม + Travertine + Warm Light
Microcement + Wood + Metal
Natural Texture + Accent Colour

อย่างไรก็ตาม ร้านกาแฟมีทั้งน้ำ ความร้อน อาหาร คราบกาแฟ และการทำความสะอาดทุกวัน ดังนั้น Countertop, Flooring และ Wall Finish ต้องเลือกจาก Performance จริง ไม่ใช่จากภาพ Reference เพียงอย่างเดียว

ออกแบบร้านอาหาร

ควรแบ่งวัสดุตาม Zone อย่างชัดเจน

พื้นที่ลูกค้าอาจเน้น Character และ Atmosphere

แต่พื้นที่ Service, Kitchen, Washing และ Back of House ต้องเน้น

  • ความสะอาด

  • ความทนต่อความชื้น

  • ความทนสารเคมี

  • การทำความสะอาดง่าย

  • Fire Safety

  • Maintenance

การเลือกวัสดุเดียวกันทั้งร้านเพราะต้องการให้ “Design ไปในทางเดียวกัน” อาจไม่ใช่วิธีที่เหมาะสมที่สุด


ตารางเลือกวัสดุสำหรับงานตกแต่งภายในปี 2027

Material เหมาะกับ จุดเด่น สิ่งที่ต้องระวัง
Travertine / Natural Stone Lobby, Counter, Feature Wall Natural Luxury, Texture น้ำหนัก, คราบ, Sealer
Microcement ผนัง, Counter, บางระบบใช้กับพื้น Seamless, Minimal Substrate และระบบเคลือบ
Natural Veneer Built-in, Wall Panel ลายไม้จริง ความชื้นและสีแต่ละ Lot
HPL / Decorative Panel Built-in, Retail คุมงบและดูแลง่าย งานขอบและรอยต่อ
Brushed Stainless Counter, Display, Wall ทนและ Contemporary รอยนิ้วมือ / Direction
Fluted Glass Partition, Door แบ่งพื้นที่แต่ยังรับแสง Safety Glass
PET Acoustic Felt Office, Meeting Room Acoustic + Colour Fire Rating / Cleaning
Cork Wall, Acoustic Natural / Bio-based ความชื้นและผิวเคลือบ
Recycled Composite Counter / Panel / Furniture Sustainability Story Supplier และการซ่อม
Gypsum / Lightweight Partition Office / Retail ปรับ Layout ง่าย Acoustic / Moisture / Fire
Modular Ceiling Office / Commercial เข้างานระบบง่าย Coordination งาน M&E

เลือก Material อย่างไรให้เหมาะกับประเทศไทย?

วัสดุที่กำลังเป็นเทรนด์ในยุโรปไม่จำเป็นต้องเหมาะกับโครงการในประเทศไทยทุกชนิด

ก่อน Specification ควรตรวจอย่างน้อย 7 เรื่อง

  1. ความชื้น — โดยเฉพาะพื้นที่ใกล้ประตูภายนอก ห้องน้ำ และพื้นที่ปรับอากาศไม่ต่อเนื่อง

  2. ปลวกและแมลง — สำคัญกับไม้และวัสดุจากเส้นใยธรรมชาติ

  3. Fire Rating — โดยเฉพาะวัสดุผนัง ฝ้า และ Acoustic Material ในอาคารสาธารณะ

  4. Cleaning & Maintenance — ร้านอาหารและร้านค้าต้องทำความสะอาดบ่อย

  5. Replacement — หากวัสดุเสีย สามารถเปลี่ยนเฉพาะชิ้นได้หรือไม่

  6. Local Availability — มี Stock และ Supplier รองรับในประเทศไทยหรือไม่

  7. Mock-up — วัสดุที่มี Texture หรือสีแปรผันควรดู Sample จริงภายใต้แสงที่จะใช้ในโครงการ

นี่คือเหตุผลที่งาน รับออกแบบตกแต่งภายในและรับเหมาก่อสร้างแบบ Design & Build ได้เปรียบกว่าการแยกการออกแบบออกจากการก่อสร้างโดยสิ้นเชิง เพราะ Material Selection สามารถตรวจสอบไปพร้อมกับงบประมาณ วิธีติดตั้ง งานระบบ และ Construction Detail ได้ตั้งแต่ต้น


Material Trends 2027 ไม่ได้หมายถึงต้องเปลี่ยนวัสดุทุกอย่างตามกระแส

หัวใจของ Material Trends 2027 ไม่ใช่การตามหาวัสดุที่ใหม่ที่สุด

แต่คือการเลือกวัสดุที่มี

Character + Performance + Sustainability + Maintainability

พร้อมกัน

ไม้ หิน กระจก โลหะ ผนังเบา และฝ้าเพดานยังคงเป็นวัสดุพื้นฐานเหมือนเดิม แต่สิ่งที่เปลี่ยนคือวิธีเลือก วิธีประกอบ และวิธีคิดถึงวงจรชีวิตของวัสดุ

สำหรับเจ้าของธุรกิจที่กำลัง สร้างร้านค้า เปิดร้านกาแฟ ออกแบบร้านอาหาร รีโนเวทออฟฟิศ หรือตกแต่งสำนักงาน การวาง Material Palette ตั้งแต่ช่วง Concept Design จะช่วยให้สามารถควบคุมทั้งภาพลักษณ์ งบประมาณ งานระบบ และระยะเวลาก่อสร้างได้แม่นยำกว่าการเลือกวัสดุในช่วงท้ายของโครงการ

บริษัทรับเหมาก่อสร้างหรือบริษัทออกแบบตกแต่งภายในที่ทำงานแบบ Design and Build จึงไม่ได้มีหน้าที่เพียงทำให้แบบก่อสร้างได้ แต่ต้องช่วยเจ้าของโครงการเปรียบเทียบวัสดุ วิเคราะห์ Detail วางระบบ และเลือก Specification ที่เหมาะกับการใช้งานจริงด้วย

FAQ: คำถามเกี่ยวกับ Material Trends และวัสดุตกแต่งภายใน

Material Trends 2027 มีอะไรเด่น?

แนวโน้มหลักคือวัสดุธรรมชาติและพื้นผิวที่สัมผัสได้ เช่น ไม้ หิน Travertine, Textured Plaster, Brushed Metal, Effect Glass รวมถึงวัสดุ Low-Carbon, Recycled Material, Acoustic Material และระบบ Modular ที่สามารถถอดเปลี่ยนหรือ Reuse ได้

ผนังเบาเหมาะกับการตกแต่งออฟฟิศหรือไม่?

เหมาะมาก โดยเฉพาะสำนักงานและร้านค้าที่อาจเปลี่ยน Layout ในอนาคต แต่ควรเลือกประเภทแผ่น โครงคร่าว Insulation และรายละเอียดรอยต่อตาม Requirement ด้าน Acoustic, Fire Rating และความชื้นของพื้นที่

ฝ้าเพดานแบบไหนเหมาะกับออฟฟิศ?

ขึ้นอยู่กับ Concept และงานระบบ หากต้องเข้าซ่อมระบบบ่อย Modular Ceiling สามารถดูแลรักษาง่าย ขณะที่ Gypsum Ceiling ให้ผิวเรียบและออกแบบรูปทรงได้อิสระกว่า บางพื้นที่สามารถใช้ Acoustic Ceiling หรือ Ceiling Baffle เพื่อช่วยควบคุมเสียงได้

Microcement เหมาะกับร้านกาแฟหรือร้านอาหารหรือไม่?

ใช้ได้ แต่ต้องเลือก System ให้เหมาะกับตำแหน่งใช้งาน โดยเฉพาะพื้นที่ที่สัมผัสน้ำ คราบอาหาร หรือมีการขัดถูสูง การเตรียมพื้นผิวและ Top Coat มีผลต่ออายุการใช้งานมาก

Low-VOC สำคัญกับงานตกแต่งภายในอย่างไร?

VOCs สามารถมาจากสี กาว Sealant, Flooring และวัสดุตกแต่งหลายชนิด การเลือก Low-VOC หรือ Low-Emitting Material ช่วยลดแหล่งมลพิษภายในอาคารและเหมาะอย่างยิ่งกับสำนักงาน คลินิก โรงเรียน ร้านค้า และพื้นที่ที่มีผู้ใช้งานต่อเนื่อง

ควรเลือกบริษัทออกแบบและรับเหมาก่อสร้างจากอะไร?

นอกจากผลงานและราคา ควรตรวจว่าบริษัทสามารถทำรายละเอียด Design, Construction Drawing, Material Specification, BOQ, งานระบบ M&E และบริหารงานหน้างานได้ครบหรือไม่ เพราะองค์ประกอบเหล่านี้มีผลโดยตรงต่อคุณภาพ ต้นทุน และระยะเวลาของโครงการ

อยากได้ราคาประเมินสำหรับโปรเจกต์ของคุณ?

ส่งขนาดพื้นที่และ brand guideline มา ทีมเราประเมินให้ฟรีภายใน 1 วันทำการ

ขอใบเสนอราคา

มีโปรเจกต์ในใจ? คุยกับทีมเราได้ฟรี

ทีมออกแบบและผู้จัดการโครงการพร้อมให้คำปรึกษา ประเมินงบ และนัด site visit