construction

ผู้รับเหมาทิ้งงานป้องกันได้ไหม? สัญญาณเตือนตั้งแต่วันแรกที่คุยงาน

โดย Unthika Roekwibunsi อ่านประมาณ 9 นาที
ผู้รับเหมาทิ้งงานป้องกันได้ไหม? สัญญาณเตือนตั้งแต่วันแรกที่คุยงาน
ในบทความนี้ ▾

ไม่มีวิธีรับประกัน 100% ว่าผู้รับเหมาจะไม่ทิ้งงาน แต่ลดความเสี่ยงได้มากก่อนจ่ายเงินงวดแรก

เวลาหาผู้รับเหมา หลายคนเริ่มจากคำถาม

“ราคาเท่าไร?”

แต่ถ้าเป็นงานหลักแสนถึงหลักล้าน คำถามที่ควรถามพร้อมกันคือ

“ถ้าเกิดปัญหากลางทาง บริษัทนี้มีโครงสร้างพอที่จะพางานไปจนจบหรือไม่?”

เพราะ ผู้รับเหมาทิ้งงาน ไม่ได้เกิดเฉพาะจากการโกง

บางกรณีเริ่มจาก

ตีราคาต่ำเกินจริง
Cash Flow ไม่พอ
รับงานพร้อมกันมากเกินไป
ทีมช่างไม่พอ
บริหาร Material ผิด
หรือรับ Scope ที่ตัวเองไม่ถนัด

เมื่อปัญหาหลายเรื่องเกิดพร้อมกัน งานจึงหยุด

สคบ. รายงานปัญหาจากงานรับเหมาก่อสร้างและต่อเติมที่พบทั้งการไม่ทำตามแบบ งานไม่แล้วเสร็จ ทิ้งงาน ไม่เป็นไปตามระยะเวลา รวมถึงไม่มีเอกสารสัญญาหรือหลักฐานการรับเงินที่เหมาะสม

ดังนั้นเราสามารถมองหาสัญญาณได้ตั้งแต่ก่อนเริ่มงาน


สัญญาณที่ 1: ราคาต่ำกว่าทุกเจ้าอย่างผิดปกติ แต่ตอบไม่ได้ว่าลดจากตรงไหน

สมมุติราคา 3 เจ้าเป็น

1.8 ล้าน
1.9 ล้าน
1.1 ล้าน

ไม่ได้หมายความว่า 1.1 ล้านผิดแน่นอน

แต่อย่างน้อยต้องตอบได้ว่า 700,000–800,000 บาทที่ต่างกันมาจากอะไร

Material ต่าง?

Scope ต่าง?

ไม่รวม M&E?

Labor ต่ำกว่า?

หรือผู้รับเหมาพบวิธี Value Engineering ที่ดีกว่า?

ถ้าตอบได้ก็มีเหตุผล

แต่ถ้าคำตอบมีเพียง

“ทำได้ครับ เดี๋ยวจัดการให้”

ควรหยุดตรวจรายละเอียดก่อนเซ็น


สัญญาณที่ 2: ขอเงินก้อนใหญ่มากตั้งแต่ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น

Deposit เป็นเรื่องปกติ เพราะผู้รับเหมามี Mobilization และ Material Procurement

แต่ควรดูว่าสัดส่วนสัมพันธ์กับสิ่งที่จะเกิดขึ้นจริงหรือไม่

สคบ. แนะนำโดยตรงว่าควรพิจารณาการชำระงวดแรกให้รอบคอบ เพราะการจ่ายเงินจำนวนสูงในช่วงที่ยังไม่มีหลักฐานว่างานจะดำเนินการตามข้อตกลงเพิ่มความเสี่ยงให้ผู้ว่าจ้าง

หลักง่าย ๆ คือ

อย่าให้ Payment วิ่งนำ Progress ไกลเกินไป


สัญญาณที่ 3: บริษัทในใบเสนอราคา คนรับเงิน และคนเซ็นสัญญาเป็นคนละชื่อกัน

เรื่องนี้ควรตรวจให้จบก่อนชำระเงิน

ถ้าใบเสนอราคาออกชื่อบริษัท A

แต่ให้โอนเข้าบัญชีบุคคล B

และคนเซ็นสัญญาคือ C

ต้องถามว่าแต่ละคนมีความสัมพันธ์และอำนาจอย่างไร

เคยมีกรณีร้องเรียนซึ่งปัญหาเกิดจากผู้บริโภคเข้าใจว่าทำสัญญากับบริษัท แต่ลายเซ็นในเอกสารเป็นบุคคลซึ่งทำสัญญาในนามส่วนตัว ส่งผลโดยตรงต่อการพิจารณาว่าใครเป็นคู่สัญญา

ถ้าเป็นบริษัท สามารถเริ่มตรวจข้อมูลพื้นฐานจาก DBD DataWarehouse+ ได้ เช่น สถานะนิติบุคคลและข้อมูลธุรกิจที่เปิดให้ตรวจสอบ


จากหน้างาน: การมีเพจสวยหรือรูปผลงานจำนวนมากไม่ได้แทนการตรวจเอกสารบริษัท งานจริงควรเช็กให้ตรงอย่างน้อย 4 จุด: ชื่อใน Quotation, ชื่อใน Contract, ชื่อผู้รับเงิน และผู้มีอำนาจลงนาม


สัญญาณที่ 4: ไม่มี BOQ แต่รีบขอให้เซ็น

ไม่จำเป็นว่าทุกงานต้องมี BOQ หลายร้อยรายการ

แต่โครงการขนาดใหญ่ควรแตก Scope พอที่จะตรวจสอบได้ว่าเงินถูกใช้กับอะไร

อย่างน้อยควรแยก

  • งานรื้อ

  • งานโครงสร้าง

  • ผนัง/ฝ้า

  • พื้น

  • Built-in

  • Painting

  • Electrical

  • Lighting

  • Air Conditioning

  • Fire System

  • Plumbing

  • Signage

  • Cleaning

ผู้รับเหมาที่เข้าใจ Scope ของตัวเองควรสามารถอธิบาย Cost Structure ในระดับหนึ่งได้


สัญญาณที่ 5: ไม่มี Schedule

ถามง่าย ๆ ว่า

สัปดาห์ที่ 1 ทำอะไร?

สัปดาห์ที่ 4 งานควรถึงไหน?

ถ้าตอบไม่ได้เลยก่อนเริ่มงาน มีโอกาสสูงว่าเมื่อเริ่มจริงทีมก็จะบริหารงานแบบวันต่อวัน

Schedule ไม่จำเป็นต้องซับซ้อน

งานร้านขนาดกลางอาจใช้ Gantt Chart เพียงหน้าเดียวก็เพียงพอ

สิ่งสำคัญคือรู้

Start → Procurement → Construction → Testing → Defect → Handover


สัญญาณที่ 6: บอกว่า “ทุกอย่างรวมหมด” แต่ไม่มีรายละเอียด

ประโยคนี้ฟังดี แต่สำหรับงานก่อสร้างกลับน่ากลัว

เพราะคำว่า ทุกอย่าง ของเจ้าของงานกับผู้รับเหมาอาจไม่เหมือนกัน

เจ้าของงานอาจคิดว่ารวม

ไฟ
แอร์
LAN
ป้าย
อุปกรณ์
ขออนุญาต

แต่ผู้รับเหมาหมายถึง

“ทุกอย่างตาม Interior Drawing ที่ได้รับ”

ดังนั้น “รวมหมด” ต้องแปลงเป็น Scope ที่อ่านได้เสมอ


สัญญาณที่ 7: รับทุกอย่าง แต่ไม่มีคนรับผิดชอบแต่ละระบบ

งาน Commercial Interior มีหลาย Discipline

Interior
Civil
Electrical
HVAC
Sanitary
Fire Protection
Signage
IT

ไม่จำเป็นว่าบริษัทหนึ่งต้องมีช่างทุกประเภทเป็นพนักงานประจำ

การมี Subcontractor เป็นเรื่องปกติ

แต่ Main Contractor ต้องรู้ว่า ใครรับผิดชอบ Interface ระหว่างทีม

เช่นตำแหน่งฝ้าชน Duct

หรือ Built-in บัง Outlet

ถ้าไม่มีคน Coordination ปัญหาจะตกอยู่ที่เจ้าของงานเอง


สัญญาณที่ 8: ไม่ถามอะไรเกี่ยวกับพื้นที่ก่อนเสนอราคา

ถ้าเป็นงานรีโนเวท แต่ผู้รับเหมาสามารถให้ Final Price โดยไม่ถาม

สภาพหน้างาน
เวลาทำงาน
ลิฟต์ขนของ
จุดทิ้งขยะ
ระบบไฟเดิม
ข้อกำหนดอาคาร
ระบบ Fire Alarm
ความสูงฝ้า

เลย

ต้องระวังว่าราคาที่ได้อาจเป็นเพียงตัวเลขเพื่อให้เริ่มคุยก่อน และจะมี Adjustment จำนวนมากภายหลัง


จากหน้างาน: อาคารสำนักงานกับร้านในห้างอาจมีพื้นที่เท่ากัน แต่ต้นทุนติดตั้งต่างกันมาก เพราะข้อจำกัดเรื่องขนของ เวลาเข้าทำงาน Permit และการป้องกันพื้นที่ส่วนกลาง ถ้าใบเสนอราคาไม่ถามเงื่อนไขเหล่านี้เลย ราคาก็มักยังไม่ใช่ต้นทุนจริงของโครงการ


สัญญาณที่ 9: เปลี่ยนคำพูดบ่อย แต่ไม่มี Written Confirmation

งานก่อสร้างมีการเปลี่ยนแปลงตลอด

สิ่งที่สำคัญไม่ใช่ห้ามเปลี่ยน

แต่ต้องมี Record

หลังประชุมควรสรุป

Decision / Responsible Person / Due Date

ถ้าเป็นงานเพิ่มให้มีราคาและผลต่อ Schedule

เพราะหลังผ่านไปสองเดือน ไม่มีใครจำรายละเอียดการคุยหน้างานวันนั้นได้ครบ


สัญญาณที่ 10: ไม่ยอมให้ตรวจผลงานหรือข้อมูลธุรกิจเลย

การไม่มี Showroom ไม่ใช่ปัญหา

แต่ควรมีหลักฐานบางอย่างที่ตรวจสอบได้ เช่น

  • Portfolio

  • รูป Before / During / After

  • Project Reference

  • บริษัทที่มีตัวตนจริง

  • ทีม Project

  • เอกสารบริษัท

สคบ. แนะนำให้ตรวจประวัติ การดำเนินงานที่ผ่านมา ชื่อเสียง และข้อมูลนิติบุคคลก่อนว่าจ้าง


แล้วควรเลือกผู้รับเหมาจากอะไร?

แทนที่จะให้คะแนนแค่ราคา ลองแบ่งเป็น

เรื่อง สิ่งที่ควรดู
Scope ครบและชัดหรือไม่
ราคา อธิบายที่มาได้หรือไม่
Company ตรวจสอบได้
Team มี PM / Site / Designer ใครรับผิดชอบ
Schedule มีแผนงาน
Payment สัมพันธ์กับ Progress
Contract เงื่อนไขสมเหตุผล
Track Record มีงานที่ตรวจสอบได้
Communication ตอบเป็นระบบหรือไม่

ผู้รับเหมาที่ดีไม่จำเป็นต้องเป็นบริษัทที่ใหญ่ที่สุด

แต่ควรมี Capacity พอกับขนาดและความซับซ้อนของโครงการ


หากงานเริ่มไปแล้วและเริ่มเห็นสัญญาณว่าจะทิ้งงาน ทำอย่างไร?

อย่ารอจนทีมช่างหายทั้งหมด

เริ่มจาก

  1. บันทึก Progress ปัจจุบันด้วยภาพ

  2. ตรวจจำนวนเงินที่จ่ายเทียบกับงานจริง

  3. ตรวจ Material ที่ซื้อแล้วว่าเป็นของใครและอยู่ที่ไหน

  4. สรุป Defect และ Outstanding Work

  5. ทำหนังสือหรือ Written Notice ตามเงื่อนไขสัญญา

  6. ระงับการอนุมัติงวดที่ยังไม่ถึง Milestone

  7. สำรอง Drawing, BOQ, Shop Drawing และ Approval ทั้งหมด

  8. ตรวจเงื่อนไข Termination ก่อนดำเนินการใดที่กระทบสิทธิของคู่สัญญา

หากความเสียหายมีมูลค่าสูง ควรให้ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายตรวจสัญญาและหลักฐานก่อนดำเนินการขั้นต่อไป


สรุป

ไม่มี Checklist ไหนรับประกันได้ว่า ผู้รับเหมาจะไม่ทิ้งงาน 100%

แต่ความเสี่ยงจำนวนมากสามารถมองเห็นได้ก่อนเริ่มงาน

สัญญาณที่น่าระวังที่สุดมักไม่ใช่เรื่องเดียวใหญ่ ๆ

แต่เป็นหลายเรื่องเล็กรวมกัน เช่น

ราคาถูกผิดปกติ + Scope ไม่ชัด + ขอเงินนำสูง + ไม่มี Schedule + เอกสารบริษัทไม่ตรง + เปลี่ยนคำพูดบ่อย

เมื่อหลายข้อเกิดพร้อมกัน ความเสี่ยงเพิ่มขึ้นมาก

การเลือกผู้รับเหมาจึงไม่ควรดูเฉพาะว่า

“เจ้านี้สร้างได้ไหม?”

แต่ควรถามเพิ่มว่า

“เขามีระบบและทรัพยากรพอที่จะพางานของเราไปจนถึงวันส่งมอบหรือไม่?”

ถ้ากำลังวางแผน สร้างร้าน รีโนเวทออฟฟิศ หรือตกแต่งอาคารพาณิชย์ และยังไม่แน่ใจว่า Scope ที่มีพร้อมสำหรับขอราคาหรือยัง ลองเริ่มจากรวบรวม Plan, รูปพื้นที่, Requirement และกำหนดวันใช้งานจริงให้ครบก่อน ยิ่งข้อมูลต้นทางชัด การประเมินราคาและคัดเลือกผู้รับเหมาก็ยิ่งแม่นขึ้น

หมายเหตุ: เนื้อหานี้เป็นแนวทางบริหารความเสี่ยงทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย

อยากได้ราคาประเมินสำหรับโปรเจกต์ของคุณ?

ส่งขนาดพื้นที่และ brand guideline มา ทีมเราประเมินให้ฟรีภายใน 1 วันทำการ

ขอใบเสนอราคา

มีโปรเจกต์ในใจ? คุยกับทีมเราได้ฟรี

ทีมออกแบบและผู้จัดการโครงการพร้อมให้คำปรึกษา ประเมินงบ และนัด site visit