ออฟฟิศสไตล์โมเดิร์นที่ทีมทำงานได้จริง ไม่ใช่แค่สวยในรูป
ในบทความนี้ ▾
ออฟฟิศสไตล์โมเดิร์นที่ทีมทำงานได้จริง ไม่ใช่แค่สวยในรูป
Modern Office ไม่ได้แปลว่าผนังขาว + กระจก + โต๊ะไม้
ภาพของ ออฟฟิศสไตล์โมเดิร์น มักถูกจำผ่านหน้าตา
เส้นเรียบ
สี Neutral
กระจก
ไม้
โลหะ
เฟอร์นิเจอร์ Minimal
แต่สิ่งที่ทำให้ออฟฟิศหนึ่ง “ทันสมัย” จริง ๆ ไม่ใช่หน้าตาเพียงอย่างเดียว
คือพื้นที่ต้องรองรับวิธีทำงานในปัจจุบันด้วย
งานวิจัย Global Workplace Survey 2026 ของ Gensler พบว่าปัญหาที่ยังเกิดในสำนักงานจำนวนมากคือเรื่องเสียง พื้นที่ประชุม Ergonomics และพื้นที่สำหรับ Focus จนพนักงานจำนวนมากต้องปรับพื้นที่หรือหาทางแก้ด้วยตัวเอง
ดังนั้น Office ที่ถ่ายรูปสวยมาก แต่ออนไลน์ Meeting แล้วได้ยินทั้ง Floor ก็ยังไม่ถือว่าออกแบบสำเร็จ
Modern Office ควรมีหลายระดับของความเป็นส่วนตัว
สำนักงานไม่ได้มีแค่
Open Office กับ Meeting Room
ระหว่างสองอย่างนี้ยังควรมีพื้นที่ เช่น
-
Phone Booth
-
Focus Room
-
Huddle Room
-
Open Collaboration
-
Project Table
-
Lounge
-
Quiet Zone
เพราะงานแต่ละชนิดต้องการ Environment ต่างกัน
WELL แนะนำหลัก Acoustic Planning โดยแยก Loud Zone และ Quiet Zone รวมถึงควบคุมเสียงจากคนและระบบ Mechanical เพื่อป้องกันการรบกวนในพื้นที่ทำงาน (wellcertified.com)
จึงไม่ควรทำ Open Plan ทั้ง Floor เพียงเพราะต้องการให้สำนักงานดูโปร่ง
กระจกช่วยให้โปร่ง แต่เสียงผ่านได้
Modern Office นิยม Glass Partition มาก
ข้อดีคือ
รับแสง
รักษา Visual Connection
ทำให้พื้นที่ดูใหญ่
แต่สิ่งที่ต้องออกแบบคู่กันคือ Acoustic
Meeting Room ที่ต้องการ Confidentiality ควรดู
กระจกชั้นเดียวหรือสองชั้น
Door Seal
วงกบ
ช่องเหนือฝ้า
ผนังต่อถึง Slab หรือไม่
เพราะต่อให้ใช้กระจก Spec ดี แต่เสียงวิ่งข้ามฝ้าได้ ห้องก็ยังไม่ Private
Lighting ไม่ควรเป็น Downlight เต็มฝ้า
สำนักงานที่ดู Modern ไม่จำเป็นต้องมี Lighting Feature เยอะ
แต่ควรแยก
General Lighting
ให้แสงพื้นฐาน
Task Lighting
รองรับพื้นที่ทำงานเฉพาะ
Accent Lighting
ใช้กับ Reception, Logo หรือ Feature Wall
Decorative Lighting
สร้าง Character บางจุด
WELL ระบุว่าการให้แสงเฉพาะ Task ช่วยให้พื้นที่ทำงานได้แสงเพียงพอโดยไม่จำเป็นต้อง Over-light พื้นที่ทั้งหมด และให้ความสำคัญกับการควบคุมแสงเป็น Zone ด้วย (wellcertified.com)
อย่าลืม Acoustic Ceiling
Modern Office มักใช้วัสดุแข็งจำนวนมาก
กระจก
Concrete
Tile
Metal
ยิ่งพื้นที่ Minimal เสียงยิ่งมีพื้นผิวให้สะท้อน
จึงควรมีวัสดุดูดซับเสียง เช่น
Acoustic Ceiling
PET Felt
Ceiling Baffle
Carpet Tile
Fabric Panel
ในสัดส่วนที่เหมาะสม
จากหน้างาน: ห้องประชุมที่ดูสวยและแพงสามารถใช้งานไม่ดีได้ทันทีถ้าไม่มี Acoustic Treatment เวลาประชุมออนไลน์เสียงจะก้องมากกว่าที่รู้สึกตอนยืนคุยกันในห้องเปล่า
Furniture ต้องเลือกจากงาน ไม่ใช่จาก Style อย่างเดียว
โต๊ะทำงานสวยไม่ได้แปลว่านั่งทำงาน 8 ชั่วโมงแล้วเหมาะ
ควรดู
ความลึกโต๊ะ
Cable Management
Monitor
ปลั๊กไฟ
เก้าอี้
พื้นที่ขา
การปรับระดับ
รวมถึงตำแหน่งของโต๊ะกับแสงธรรมชาติและ Air Conditioning
Furniture ที่ดีควรทำให้คน “ลืมว่ากำลังใช้ Furniture” มากกว่าดึงความสนใจตลอดเวลา
Modern Office ต้องปรับ Layout ได้
อีกหนึ่งลักษณะของสำนักงานสมัยใหม่คือ Adaptability
ทีมวันนี้มี 20 คน
อีกสองปีอาจเป็น 35 คน
หรือโครงสร้างทีมอาจเปลี่ยนทั้งหมด
จึงควรคิดเรื่อง
Modular Furniture
Demountable Partition
Accessible Ceiling
Flexible Power/Data
Furniture on Grid
ตั้งแต่ต้น
JLL ระบุว่าทิศทางปี 2026 ให้ความสำคัญกับ Flexible Spatial Configuration, Plug-and-play Infrastructure และ Modular Partition เพื่อให้อาคารสามารถปรับตัวกับการใช้งานที่เปลี่ยนไปได้ง่ายขึ้น (jll.com)
จากหน้างาน
พื้นที่ที่ปรับยากที่สุดมักไม่ใช่ผนัง แต่เป็น ปลั๊ก Data แอร์ และระบบบนฝ้า
ย้ายโต๊ะใช้เวลาครึ่งวัน แต่ถ้าจุดไฟและ Network อยู่ผิด Zone อาจกลายเป็นงานรื้อพื้นหรือเดินสายใหม่หลายวัน
สรุป
ออฟฟิศสไตล์โมเดิร์นที่ดีจึงไม่ได้ถูกกำหนดด้วยสีหรือวัสดุเพียงอย่างเดียว
แต่ควรมี
ความโปร่ง + Acoustic + Lighting + Technology + Flexibility
อยู่พร้อมกัน
ถ้าเลือกได้ระหว่าง Feature Wall ราคาแพงหนึ่งผืน กับการเพิ่ม Phone Booth และแก้ Acoustic ใน Open Office บางโครงการอย่างหลังอาจสร้างคุณค่าให้คนใช้งานทุกวันมากกว่า
ออฟฟิศที่ดีควรยังดูดีเมื่อมีคนเข้ามานั่งทำงานเต็มพื้นที่ ไม่ใช่เฉพาะตอนถ่ายรูปหลังส่งมอบเสร็จใหม่ ๆ
อยากได้ราคาประเมินสำหรับโปรเจกต์ของคุณ?
ส่งขนาดพื้นที่และ brand guideline มา ทีมเราประเมินให้ฟรีภายใน 1 วันทำการ